วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เมื่อเวลามาถึง ดอกไม้จะบานเอง

..คติพจน์ของชาวจีน เปรียบเปรยว่า เป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ที่ควรค่าแห่งความภาคภูมิใจ เพราะเมื่อกาลเวลาที่เหมาะสมเดินทางมาถึง ดอกไม้แห่งการรอคอย จะเบ่งบานขึ้นในชีวิต..

  เปรียบเทียบเรื่องราวต่างๆในชีวิตคน ก็เหมือนดอกไม้ หลายสิ่งหลายอย่าง เราไม่สามารถฝืนชะตาหรือบังคับจังหวะของชีวิต ให้เดินตามทางที่วาดหวังไว้ได้เสมอไป  คงต้องปล่อยให้กาลเวลาพัดพาผ่านเราไปบ้าง ..ยอมปล่อยวางลงชั่วคราว เพื่อดูดซับและสั่งสมสิ่งดีๆ เป็นประสบการณ์แห่งชีวิตให้เข้มแข็ง เพื่อก้าวเดินอย่างมั่นคงต่อไปในวันหน้า



 ..แม้ในช่วงเวลาก่อนดอกไม้บาน  จะมีมรสุมพัดเข้าหา หรือหมาเยี่ยวใส่บ้าง จะแปลกอะไร  นั่นต้องถือเป็นขวากหนามแห่งความพยายามชั้นดี เพราะมันคือรสชาติ เปรี้ยว หวาน มันส์ เค็มปะแล่มๆของชีวิต ที่เราไม่อาจหลีกหนีได้ต่างหาก  เพื่อที่วันหนึ่งข้างหน้า เราจะได้เติบกล้าอย่างแข็งแกร่ง ด้วยภูมิคุ้มกันที่เจอะเจอมาสารพัด   และเมื่อนั้น คุณค่าแห่งดอกไม้ที่จะเบ่งบานและชูช่อ ย่อมเปี่ยมไปด้วยสีสรรที่สูงค่า

 
เหมือนปลายทางแห่งความฝัน ที่เราเฝ้าเพียรพยายามจะไปให้ถึง   แม้ระหว่างทางจะต้องล้มลุกคลุกคลานลงบ้าง  มีทั้งรอยยิ้มสดใส และท้อแท้ใจเมื่อผิดหวัง ให้เราถือมันเป็นเหมือนญาติสนิทที่แยกจากกันไม่ได้  ..เมื่อนั้น กำลังใจที่หายไป จะกลับคืนมาสมทบกับกำลังกาย  ทำให้เรามีแรงเดินต่อ..ได้เร็วขึ้น และรู้วิธี ที่จะประคองตัวไม่ให้ล้มแบบเดิมอีก





    ...นี่จึงเป็นที่มา ของการบอกกล่าวเล่าเรื่อง ผ่านการเติบโตของดอกไม้สีเหลือง เพื่อเสริมสร้างกำลังใจ ให้รอคอยอย่างอดทน กับจุดหมายอันเด่นชัด ที่วางไว้เป็นธงนำทาง ดังเช่น อมตะวาจา ของมหาบุรุษท่านนี้ ลุงจำลอง ของน้องๆ   ได้กล่าวสั่งสอนเตือนใจไว้ว่า  "ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริง"  ..ที่สามารถนำมาดัดแปลง ใช้ได้ดีในทุกสถานการณ์ของชีวิต    ..ให้ชัยชนะที่ได้มามีมูลค่าเพิ่ม ควรด่าแห่งความอดทนที่ยาวนานของเรา กันดีกว่า 

  หากแม้บรรยากาศการดำรงชีวิตในภาวะ ข้าวยากหมากแพง จะอัพเกรดไปอีกขั้น เปลี่ยนไปเป็น ใข่ยาก น้ำมันแพง แรงงานเขมรเกลื่อน เพราะวิธีดูแลปากท้องประชาชนชาวไทย สไตล์ประชาธิปัตย์ ยุค อภิสิทธิ์ ณ.mou   จะบั่นทอนกำลังใจเรา ลงไปทีละขั้น จากบรรยากาศอึมครึม คลึ้มฟ้าคลึ้มฝน อัพเดท สเตตัส ไปเป็นบรรยากาศมาคุ เรียบร้อยโรงเรียนอีต้ม แล้วก็ตาม  

..ซึ่งวันนี้ เราก็ยังคง ยืนอยู่ที่จุดเดิมก่อนเริ่มโต เหมือนเมื่อวันวาน  ด้วยเพราะรากแก้วแห่งอุดมการณ์ ได้หยั่งรากฝังลึกลงไปในดินแล้ว เพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสม เพื่อพร้อมจะแตกดอกออกช่อแห่งความจริง มาประดับประดาผืนดินให้สวยงาม เมื่อเวลาเดินทางมาถึง         
 ...  แต่หากไม่เป็นดังเช่นที่หวัง มีเหตุให้ต้องถูกเด็ดถอน ริดรอนเสรีตามครรลอง  ก่อนดอกจะบานชูสะพรั่ง เราต้องพร้อมจะยอมรับความเป็นไป ด้วยวิถีทางที่เลือกแล้ว ..อย่าได้หวั่นไหวไปใย เพราะพืชพันธุ์แห่งเรานั้น ได้ถูกปลูกถ่าย และแผ้วถางทางเดิน..สู่ต้นกล้ารุ่นต่อไปแล้ว รอเวลาแค่บ่มเพาะ จากกล้าวัยเยาว์ให้เติบใหญ่ เพื่อเรียนรู้ก้าวต่อไป    ก่อนที่ดอกไม้ของเขาเหล่านั้นจะบาน เพื่อพลิกฟื้นผืนดินขึ้นอีกครั้ง  เป็นวัฏจักรแห่งเรา ..พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย..  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น