วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เมื่อเวลามาถึง ดอกไม้จะบานเอง

..คติพจน์ของชาวจีน เปรียบเปรยว่า เป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ที่ควรค่าแห่งความภาคภูมิใจ เพราะเมื่อกาลเวลาที่เหมาะสมเดินทางมาถึง ดอกไม้แห่งการรอคอย จะเบ่งบานขึ้นในชีวิต..

  เปรียบเทียบเรื่องราวต่างๆในชีวิตคน ก็เหมือนดอกไม้ หลายสิ่งหลายอย่าง เราไม่สามารถฝืนชะตาหรือบังคับจังหวะของชีวิต ให้เดินตามทางที่วาดหวังไว้ได้เสมอไป  คงต้องปล่อยให้กาลเวลาพัดพาผ่านเราไปบ้าง ..ยอมปล่อยวางลงชั่วคราว เพื่อดูดซับและสั่งสมสิ่งดีๆ เป็นประสบการณ์แห่งชีวิตให้เข้มแข็ง เพื่อก้าวเดินอย่างมั่นคงต่อไปในวันหน้า



 ..แม้ในช่วงเวลาก่อนดอกไม้บาน  จะมีมรสุมพัดเข้าหา หรือหมาเยี่ยวใส่บ้าง จะแปลกอะไร  นั่นต้องถือเป็นขวากหนามแห่งความพยายามชั้นดี เพราะมันคือรสชาติ เปรี้ยว หวาน มันส์ เค็มปะแล่มๆของชีวิต ที่เราไม่อาจหลีกหนีได้ต่างหาก  เพื่อที่วันหนึ่งข้างหน้า เราจะได้เติบกล้าอย่างแข็งแกร่ง ด้วยภูมิคุ้มกันที่เจอะเจอมาสารพัด   และเมื่อนั้น คุณค่าแห่งดอกไม้ที่จะเบ่งบานและชูช่อ ย่อมเปี่ยมไปด้วยสีสรรที่สูงค่า

 
เหมือนปลายทางแห่งความฝัน ที่เราเฝ้าเพียรพยายามจะไปให้ถึง   แม้ระหว่างทางจะต้องล้มลุกคลุกคลานลงบ้าง  มีทั้งรอยยิ้มสดใส และท้อแท้ใจเมื่อผิดหวัง ให้เราถือมันเป็นเหมือนญาติสนิทที่แยกจากกันไม่ได้  ..เมื่อนั้น กำลังใจที่หายไป จะกลับคืนมาสมทบกับกำลังกาย  ทำให้เรามีแรงเดินต่อ..ได้เร็วขึ้น และรู้วิธี ที่จะประคองตัวไม่ให้ล้มแบบเดิมอีก





    ...นี่จึงเป็นที่มา ของการบอกกล่าวเล่าเรื่อง ผ่านการเติบโตของดอกไม้สีเหลือง เพื่อเสริมสร้างกำลังใจ ให้รอคอยอย่างอดทน กับจุดหมายอันเด่นชัด ที่วางไว้เป็นธงนำทาง ดังเช่น อมตะวาจา ของมหาบุรุษท่านนี้ ลุงจำลอง ของน้องๆ   ได้กล่าวสั่งสอนเตือนใจไว้ว่า  "ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริง"  ..ที่สามารถนำมาดัดแปลง ใช้ได้ดีในทุกสถานการณ์ของชีวิต    ..ให้ชัยชนะที่ได้มามีมูลค่าเพิ่ม ควรด่าแห่งความอดทนที่ยาวนานของเรา กันดีกว่า 

  หากแม้บรรยากาศการดำรงชีวิตในภาวะ ข้าวยากหมากแพง จะอัพเกรดไปอีกขั้น เปลี่ยนไปเป็น ใข่ยาก น้ำมันแพง แรงงานเขมรเกลื่อน เพราะวิธีดูแลปากท้องประชาชนชาวไทย สไตล์ประชาธิปัตย์ ยุค อภิสิทธิ์ ณ.mou   จะบั่นทอนกำลังใจเรา ลงไปทีละขั้น จากบรรยากาศอึมครึม คลึ้มฟ้าคลึ้มฝน อัพเดท สเตตัส ไปเป็นบรรยากาศมาคุ เรียบร้อยโรงเรียนอีต้ม แล้วก็ตาม  

..ซึ่งวันนี้ เราก็ยังคง ยืนอยู่ที่จุดเดิมก่อนเริ่มโต เหมือนเมื่อวันวาน  ด้วยเพราะรากแก้วแห่งอุดมการณ์ ได้หยั่งรากฝังลึกลงไปในดินแล้ว เพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสม เพื่อพร้อมจะแตกดอกออกช่อแห่งความจริง มาประดับประดาผืนดินให้สวยงาม เมื่อเวลาเดินทางมาถึง         
 ...  แต่หากไม่เป็นดังเช่นที่หวัง มีเหตุให้ต้องถูกเด็ดถอน ริดรอนเสรีตามครรลอง  ก่อนดอกจะบานชูสะพรั่ง เราต้องพร้อมจะยอมรับความเป็นไป ด้วยวิถีทางที่เลือกแล้ว ..อย่าได้หวั่นไหวไปใย เพราะพืชพันธุ์แห่งเรานั้น ได้ถูกปลูกถ่าย และแผ้วถางทางเดิน..สู่ต้นกล้ารุ่นต่อไปแล้ว รอเวลาแค่บ่มเพาะ จากกล้าวัยเยาว์ให้เติบใหญ่ เพื่อเรียนรู้ก้าวต่อไป    ก่อนที่ดอกไม้ของเขาเหล่านั้นจะบาน เพื่อพลิกฟื้นผืนดินขึ้นอีกครั้ง  เป็นวัฏจักรแห่งเรา ..พันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย..  

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

7 เทคนิคลดค่าใช้จ่าย

ในยุคที่รัฐบาลบอกว่าประเทศนี้กำลังเติบโต แต่หันมองไปทางใดก็เจอแต่ประชาชนหน้าซีด รายได้หดหาย แถมยังติดลบเมื่อเจอกับสถานการณ์ราคาข้าวของที่แพงขึ้นอย่างมหาโหด โดยที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย วันนี้เราจึงลองมองหาเทคนิครัดเข็มขัดดี ๆ มาฝากท่านผู้อ่านที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหารายได้ไม่พอรายจ่ายของประเทศที่กำลังเติบโตประเทศนี้กันค่ะ
      
       1. แยกให้ออกระหว่าง ความต้องการ กับความจำเป็น
      
       หากต้องการประหยัด ท่านผู้อ่านจำเป็นต้องแยกให้ออกระหว่างความต้องการกับความจำเป็น หากทำได้ ก็จะช่วยครอบครัวประหยัดเงินได้อีกมาก ซึ่งความแตกต่างระหว่างสองสิ่งนี้ก็คือ ความจำเป็นนั้นเป็นสิ่งที่ง่ายต่อการระบุลงไปให้ชัดเจน เช่น อาหาร เสื้อผ้า ค่ายานพาหนะ ส่วนความต้องการนั้นก็เช่น สิ่งของที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับบ้าน แต่อาจไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ เช่น เครื่องออกกำลังกาย หากสามารถแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันได้ ก็จะช่วยครอบครัวประหยัดเงินได้อีกมากเลยทีเดียว
      
       2. มองสินค้าที่คุณภาพ
      
       หากต้องการประหยัด บางครั้งอาจต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินกันบ้าง เพราะถ้ายังมองเสื้อผ้ามียี่ห้อราคาตัวละ 1,000 บาทเป็นของดี ไม่มองเสื้อตัวละ 199 บาทว่าก็ใส่แทนได้ มีหวังช่วยครอบครัวรัดเข็มขัดไม่ไหวแน่ ๆ ขอให้คิดไว้เสมอว่า เงินที่ใช้จ่ายออกไปนั้น ก็คือเงินของครอบครัวนั่นเอง
      
       3. ลองก่อนตัดสินใจซื้อ
      
       การได้ทดลองใช้ ทดลองใส่ ทดลองชิม ก่อนตัดสินใจซื้อช่วยให้คุณมีสติขึ้นมา เสื้อผ้าบางตัว ซื้อมาเพราะอยากได้ แต่เมื่อทดลองใส่กลับพบว่าไม่เข้ากับตัวเอง ก็กลายเป็นของสิ้นเปลืองไปเสียเปล่า ๆ แต่ถ้าพบว่า สินค้าที่ตนเองกำลังจะซื้อไม่สามารถทดลองได้ก่อนตัดสินใจ ก่อนซื้อก็ขอให้คิดอีกทีว่า จริง ๆ แล้ว คุณจำเป็นต้องซื้อมันมากแค่ไหน ถ้ายังคิดว่าจำเป็น ก็ค่อยควักกระเป๋าค่ะ
      
       4. จัดสมดุลให้ชีวิต
      
       หากคุณพ่อของบ้านเคยมีความฝันอยากขี่เจ็ตสกี แต่เมื่อมองถึงภาระครอบครัว การจะหาซื้อเจ็ตสกีมาเป็นของตนเองสักเครื่อง บวกกับต้องไปหาแหล่งน้ำเพื่อขับขี่ - ค่าน้ำมัน คงเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองเกินไป ลองเปลี่ยนเป็นทำตามความต้องการสักครึ่งหนึ่ง เช่น ไปหาสถานที่ที่มีบริการเช่า แล้วเล่นให้สะใจ นาน ๆ ครั้ง ก็อาจช่วยให้รู้สึกดีได้เช่นกัน
      
       5. ซื้อเยอะ ๆ เมื่อลดราคา
      
       ของจำเป็นบางชนิด เช่น น้ำมัน น้ำตาล ผงซักฟอก สามารถซื้อตุนไว้ได้ ดังนั้น หากมีการลดราคา อาจต้องซื้อเก็บไว้ก่อน ถ้าครอบครัวจำเป็นต้องใช้
      
       6. เลือกสินค้าที่ผลิตในประเทศ
      
       เวลาไปจับจ่ายซื้อของแต่ละครั้ง ลองพิจารณาสินค้าที่ผลิตภายในประเทศดูก่อน เพราะของที่นำเข้าย่อมแพงกว่าของที่ผลิตได้เองในประเทศ หากละทิ้งรสนิยมเหล่านี้ไปได้ ก็อาจช่วยให้ประหยัดขึ้น
      
       7. เปรียบเทียบราคาอย่างฉลาด
      
       การเปรียบเทียบราคาเป็นสิ่งจำเป็นก็จริง แต่ควรฉลาดในการเปรียบเทียบ เช่น เปิดอินเทอร์เน็ต เข้าเว็บไซต์เช็คราคาก่อนออกไปซื้อ หรือบางทีเว็บไซต์ประจำที่คุณเล่นอยู่ ก็อาจมีเพื่อน ๆ มาบอกว่า ห้างไหนมีสินค้าลดราคา ฯลฯ ถ้ามีข่าวแบบนั้นค่อยเช็คราคาจะประหยัดกว่าขับรถตระเวนไปหลาย ๆ ห้างเพื่อซื้อของ

วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554

Supply Chain Management : SCM

Supply Chain Management หมายถึ
            การจัดการกลุ่มของกิจกรรมงาน กล่าวคือ ตั้งแต่การรับวัตถุดิบมาจาก Supplies แล้วเปลี่ยนวัตถุดิบนั้นให้เป็นสินค้าขั้นกลาง และสินค้าขั้นสุดท้าย จนกระทั่งจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า

แก่นสำคัญของ Supply Chain Management
            แม้ว่าการผลิตจะมีความซับซ้อนและมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ยากต่อการควบคุม แต่หน้าที่ทางการผลิตของทุกองค์กรจะมีหลักการพื้นฐานต่างๆ เหมือนกัน
            สิ่งที่จะทำให้เข้าใจถึงหน้าที่ของการผลิตและวิธีการควบคุมการผลิตนั้น เราจะต้องเข้าใจในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวในกระบวนการผลิตอยู่ 2 สิ่งหลักๆ คือ
    1. วัตถุดิบ (Materials)
    2. สารสนเทศ (Information)
    การบริหารการผลิตจะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเมื่อกระบวนการผลิตเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่องไม่ติดขัด และมีระบบที่ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ยิ่งมีระบบย่อยหรือแยกส่วนมากเท่าใด ก็จะยิ่งมีปัญหามากขึ้นเท่านั้น

ประโยชน์ของการทำ SCM
     1. การเคลื่อนไหลของวัตถุดิบและสารสนเทศเป็นไปอย่างราบรื่น
     2. ปรับปรุงระดับของสินค้าคงเหลือ
     3.  เพิ่มความเร็วได้มากขึ้น
     4.  ขจัดความสิ้นเปลืองหรือความสูญเปล่าต่างๆ ในกระบวนการทางธุรกิจให้หมดไปได้
     5.  ลดต้นทุนในกิจกรรมต่างๆ ได้
     6.  ปรับปรุงการบริการลูกค้า

Customer Relationship Management : CRM

CRM ย่อมาจาก Customer Relationship Management หรือเรียกว่า การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งก็คือการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยการใช้เทคโนโลยีและการใช้บุคลากรอย่างมีหลักการ CRM ได้ถูกนำมาใช้มากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องมาจากจำนวนคู่แข่งของธุรกิจแต่ละประเภทเพิ่มขึ้นสูงมาก  การแข่งขันรุนแรงขึ้นในขณะที่จำนวนลูกค้ายังคงเท่าเดิม ธุรกิจจึงต้องพยายามสรรหาวิธีที่จะสร้างความพอใจให้แก่ลูกค้าอันจะนำไปสู่ความจงรักภักดีในที่สุด 

ส่วนประกอบของ CRM    
       1. ระบบการขายอัตโนมัติ ประกอบด้วย
           - ระบบขายโดยผ่านโทรศัพท์ตอบรับ เพื่อให้บริการแบบ Proactive ในลักษณะ Telesale
           - ระบบพาณิชย์อิเลกทรอนิกส์ (E-Commerce) เพื่อทำการขายแบบUp-Saleing หรือ Cross-Saleing
           - ระบบงานสนามด้านการขาย ได้แก่ Wireless Application สำหรับการขายปลีกและตัวแทนจำหน่ายสามารถเรียกดูข้อมูลลูกค้าได้ทันทีขณะ ติดต่อ จะเพิ่มโอกาสในการขายให้สูงขึ้น
      2. ระบบบริการลูกค้า (Call Center) ประกอบด้วย ระบบการให้บริการในด้านโทรศัพท์ตอบรับด้านเว็บไซต์ ด้านสนามและข่าวสารต่าง ๆ
      3. ระบบการตลาดอัตโนมัติ ประกอบด้วย ระบบย่อยด้านการจัดการด้านรณรงค์ต่าง ๆ ด้านการแข่งขัน ด้านเครื่องมือที่จะช่วยการวิเคราะห์ข้อมูล และวิเคราะห์ธุรกิจ
      4. Data Warehouse และเครื่องมือจัดการข้อมูล เป็นระบบสำคัญในการจัดการข้อมูลที่ละเอียดของซึ่งประกอบด้วยข้อมูลจากภายในและภายนอกองค์กร ข้อมูลภายในมีที่มาจาก 2 แหล่ง คือ      
         1) มาจากระบบงานคอมพิวเตอร์เป็นงาน Routine ที่มาจากระบบ Billing ลูกหนี้ ทะเบียนลูกค้า Call Center และข้อมูลเก่าดั้งเดิมที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบฐาน
ข้อมูล  
         2) ข้อมูลภายนอกได้แก่ Web Telephone Directory เป็นต้น (Interactive Voice Response: IVR) CRM
 
ประโยชน์ของ CRM
1. มีรายละเอียดข้อมูลของลูกค้าในด้านต่างๆ ได้แก่ Customer Profile Customer  Behavior
2. วางแผนทางด้านการตลาดและการขายอย่างเหมาะสม
3. ใช้กลยุทธ์ในการตลาด และการขายได้อย่างรวดเร็วอย่างมีประสิทธิภาพตรงความต้องการของลูกค้า
4. เพิ่มและรักษาส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจ
5. ลดการทำงานที่ซับซ้อน ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน 
    ก่อให้เกิดภาพพจน์ที่ดีต่อองค์การ 

Enterprise Resource Planning : ERP

ERP  ย่อมาจาก  Enterprise  Resource  Planning  หมายถึง  การวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรโดยรวม เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดของทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กร
               ERP จึงเป็นเครื่องมือที่นำมาใช้ในการบริหารธุรกิจเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในองค์กร อีกทั้งยังช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนและบริหารทรัพยากรขององค์กรโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ERP จะช่วยทำให้การเชื่อมโยงทางแนวนอนระหว่างการจัดซื้อจัดจ้าง การผลิต และการขายทำได้อย่างราบรื่น ผ่านข้ามกำแพงระหว่างแผนก และทำให้สามารถบริหารองค์รวมเพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด
               ระบบ ERP เป็นระบบสารสนเทศขององค์กรที่นำแนวคิดและวิธีการบริหารของ ERP มาทำให้เกิดเป็นระบบเชิงปฏิบัติในองค์กร ระบบ ERP สามารถบูรณาการ (integrate)รวมงานหลัก (core business process) ต่างๆ ในบริษัททั้งหมด ได้แก่ การจัดจ้าง การผลิต การขาย การบัญชี และการบริหารบุคคล เข้าด้วยกันเป็นระบบที่สัมพันธ์กันและสามารถเชื่อมโยงกันอย่าง real time 

ประโยชน์ของระบบ ERP 
      ประโยชน์ของทางระบบ ERP ที่ได้รับการนำเสนอจากบริษัทวางระบบให้กับโรงงานนั้น ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการลดต้นทุน และลดข้อผิดพลาดในการทำงานในทุกส่วนงานของโรงงาน จนอาจกล่าวได้ว่าระบบ ERP เปรียบเหมือนหลังคาที่คลุมทั้งโรงงาน และอุดรอยรั่วต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในด้านการแก้ปัญหาสินค้าคงคลังก็เช่นกัน ความผิดพลาดจากวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ตกค้างจะถูกแสดงผลขึ้นอย่างรวดเร็ว สามารถนำเข้าสู่กระบวนการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ในระบบ ERP จะมีการกำหนดรหัสสินค้าที่แน่นอน และสถานะของสินค้า รวมไปถึงรายละเอียดที่สำคัญเช่น ปลายทางที่จะส่งไป หรือรอบการผลิตต่างๆ และเมื่อมีการจำหน่ายออก หรือตัดยอดสินค้าคงคลัง ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะสามารถรับทราบการเปลี่ยนแปลงทันที ในบางกรณีระบบสามารถคำนวณตำแหน่งการจัดวางสินค้าให้เหมาะสมต่อการเบิกจ่าย ได้อีกด้วย จึงทำให้การควบคุมเป็นไปตามหลัก FIFO

             อย่างไรก็ตามความสามารถของระบบที่เพิ่มขึ้นย่อมหมายถึงการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ตามในการวางระบบ รวมถึงมีขั้นตอนในการเรียนรู้ระบบซับซ้อนมากยิ่งขึ้น การนำ ERP เข้ามาใช้งานในโรงงาน ERP เป็นระบบที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกขนาดในปัจจุบัน หากไม่มี ERP ท่านจะไม่สามารถที่จะแข่งขันได้อีกในอนาคตอันใกล้ การตัดสินใจเลือก ERP ของผู้บริหารควรเลือกระบบ ERP ที่เป็นระบบเปิด (Open Source) ใช้งานง่าย มีฟังก์ชั่นรองรับกับเทคนิคการบริหารการผลิตทั้งแบบ Push และแบบ Pull เช่นระบบ PowerCerv JIT (Just in Time) และคัมบัง (Kanban) ตลอดจนจะต้องหาบุคลากรได้อย่างไม่ลำบากเพื่อองค์กรจะได้ไม่มีปัญหาต่อการหา เจ้าหน้าที่ ERP ในปัจจุบันถูกนิยามใหม่เป็น ERP Plus ดังนั้นจะต้องรองรับระบบ CRM (Customer Relationship Management) การใช้ระบบ ERP ให้มีประสบความสำเร็จนั้นมิใช่เพียงติดตั้งคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ หากแต่ต้องนำความสามารถของ ERP นั้นปรับปรุงการทำงานขององค์กรของคุณให้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง เจ้าหน้าที่ผู้ขายตลอดจนบริษัทที่ติดตั้ง ERP จะต้องมีความรู้เชี่ยวชาญในธุรกิจของคุณอย่างแท้จริง ช่วยให้คุณและองค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด หากผู้บริหารนำปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดมาพิจารณาอย่างรอบคอบจะสามารถตัดสิน ใจเลือกระบบ ERP ได้อย่างถูกต้องสำหรับองค์กรของคุณ

วันเสาร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554

เทคโนโลยี Hardware และ Software สำหรับองค์การดิจิตอล

เทคโนโลยี Hardware และ Software สำหรับองค์การดิจิตอล

เมื่อองค์กรธุรกิจใด ๆ มีนโนบายหรือแผนงานที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศ (Information) ย่อมจะนึกถึงโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Project) ในมุมมองของการนำเอาเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ มาใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรธุรกิจ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของผู้บริโภค
IT ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือที่ช่วยในการทำงานได้สะดวกและรวดเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ IT ได้กลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Tools) ในการผลักดันองค์กรให้สร้างรายได้และผลกำไรมากขึ้น โดยเฉพาะองค์กรที่นำเอาแนวคิดในการจัดการโซ่อุปทานและ ลอจิสติกส์ มาใช้ในการปรับกระบวนการธุรกิจ (Business Process) ดังนั้นในยุคปัจจุบันไม่จะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Shareholders) ในส่วนใดของโซ่อุปทานขององค์ธุรกิจก็ต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการธุรกิจด้วยกันทั้งนั้นไม่ทางตรงก็ทางอ้อม IT จึงมีบทบาทที่สำคัญในการประสานงาน (Coordination) และการทำงานร่วมกัน (Collaboration) ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในกระบวนการธุรกิจนั้นหรือโซ่อุปทาน
แนวโน้มของ IT ยุคปัจจุบัน
IT ในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือในการปฏิบัติการ (Operational Tools) ในกระบวนการธุรกิจมาเป็นเครื่องมือในเชิงยุทธศาสตร์ขององค์กรธุรกิจ การบังเกิดขึ้น (Emergence) ของการมุ่งเน้นไปที่กระบวนการของวิสาหกิจ (Enterprise Process) ซึ่งเป็นการมองไปที่กระบวนการทั้งหมดขององค์กรอย่างมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน  บทบาทของ IT จึงต้องเปลี่ยนไปจากการจัดการกับข้อมูลดิบ (Data) และการทำธุรกรรม (Transaction) ไปเป็นการจัดการสารสนเทศ (Information) โดยลดทอนข้อกำจัดระหว่างฝ่ายหรือแผนก ระหว่างเทคโนโลยีและแม้กระทั่งความห่างไกลทางภูมิศาสตร์ จนเชื่อมต่อกับโครงข่ายการจัดการสารสนเทศในระดับบรรษัทโลกที่มีลักษณะของการเชื่อมโยงของข้อมูลและสารสนเทศไปทั่วทุกหนทุกแห่ง
องค์ประกอบที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ มีดังนี้
-        มีการวิวัฒนาการของซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่มุ่งเน้นข้อมูล ไปสู่การมุ่งเน้นสารสนเทศ ซึ่งแต่เดิมข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอลนั้นไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการในการจัดการขององค์กรได้ ดังนั้นในยุคปัจจุบันที่กำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงไปสู่องค์กรที่มีกระบวนการ (Process) และความรู้ (Knowledge)เป็นศูนย์กลาง จึงทำให้โครงการริเริ่มต่าง ๆ จะต้องหันมาทำการปรับกระบวนการธุรกิจให้มีจุดที่เหมาะสมที่สุด (Optimization) มีการสร้างความรู้ในรูปแบบของกฎ (Rules) ของกระบวนการที่ส่งผลอย่างสม่ำเสมอต่อการทำให้กระบวนการธุรกิจเป็นอัตโนมัติและมีกิจกรรมที่คิดในเชิงรุก (Proactive) สำหรับการใช้งานทางด้านซอฟต์แวร์ประยุกต์
-        การบังเกิดขึ้น (Emergence) และการได้รับการยอมรับของแนวคิดต่าง ๆ เช่น การจัดการกระบวนการธุรกิจ (Business Process Management) การวัดสมรรถนะกระบวนการและสถาปัตยกรรมเชิงการบริการ (SOA) ซึ่งได้ทำลายข้อกีดขวางดั้งเดิมที่เกิดจากกิจกรรมเทคโนโลยีที่ถูกแยกกันทำงานหรือปฏิบัติการ
-        ความเข้มงวดและการบีบรัดของการปรับตัวเองให้ตรงกับข้อกำหนดและระเบียบทำให้ทุก ๆ กระบวนการจะต้องแสดงรายละเอียดและติดตามผลโดยมีเจ้าของกระบวนการเป็นผู้รับผิดชอบ
-        ความเป็นโลกาภิวัตน์ และการจัดจ้าง บริษัทจากภายนอกมาปฏิบัติการแทนในกระบวนการธุรกิจของตนเอง (Business Process Outsourcing) ได้กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ และกิจกรรมนี้ได้ทำลายกำแพงที่ถูกสร้างขึ้นมาจากข้อจำกัดด้านเวลาและระยะทาง จึงมีการจัดการให้บริษัทจากภายนอกมาดำเนินงานกิจกรรมบางอย่างในกระบวนการธุรกิจ การทำให้กระบวนการธุรกิจเป็นระบบอัตโนมัติเสียก่อนจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมาจัดทำก่อนการจัดจ้างบริษัทภายนอกมาปฏิบัติการการแทน
แต่ละองค์ประกอบที่กล่าวมา ไม่เพียงแต่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงแค่เฉพาะฝ่ายหรือแผนกในองค์กร แต่การประสานกันของทั้งหมดจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอัตราที่เร็วขึ้น ด้วยความรู้ที่ดีกว่าของความเป็นพลวัตรที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้เราเข้าใจว่าผู้บริหารองค์กรธุรกิจจะสามารถปรับวิสาหกิจของตนเองเพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ในการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติการได้อย่างไร